Archive for the ‘ การแต่งงาน มันเรื่องใหญ่ ’ Category

ไอ้ไดอารี่เนี่ย คิดได้ก็เขียน คิดไม่ได้ก็ไม่เขียน คิดได้แต่ขี้เกียจเขียนก็ไม่เขียน คิดไม่ได้แต่ขยันเขียนก็จะเขียน (อะไรของมัน!!) และที่สำคัญก็ไม่ได้เขียนทุกวันด้วยค่ะ ไม่ได้ขยันขนาดนั้น จริงๆแล้ว ได้บล๊อคที่เอาไว้เขียนไว้บ่นไว้ไร้สาระของตัวไม่ได้มี wordpress อันนี้เป็นอันแรกหรอกค่ะ มีอยู่หลายอัน แต่ที่เขียนประจำๆก็จะเป็นบล๊อคแกงค์ (bloggang) ปีนี้ก็จะเข้าปีที่ 4 แล้วที่เขียนบันทึกไว้ในนั้น แต่ก็เขียนมั่งไม่เขียนมั่งอย่างที่ว่าละค่ะ

ใครอยากตามไปอ่านเรื่องราวไร้สาระก็ตามไปได้นะคะ my blog  ใครไม่อยากอ่านก็ข้ามก็กดปิดไป 😉

แล้วเพื่อให้หมวดหมู่ ที่เขียนเกี่ยวกับการแต่งงานของตัวเอง มันมาอยู่ใน wordpress ด้วย ซึ่งจริงๆก็ไปเขียนไว้ในบล๊อคแกงค์ด้วยเหมือนกัน ก็เลยจะเขียนไดอารี่ในวันที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งไว้ที่นี่ด้วย แต่จะให้มาเริ่มต้นเขียนใหม่มันก็คิดไม่ออกแล้วล่ะค่ะ ขี้เกียจทำรูปใหม่

ขอลิงก์ทุกสิ่งอย่างในวันนั้นไปที่นี่เลยละกัน พรีเวดดิ้งในแบบของตัวเอง   (เล่นง่ายได้อีก 5555)

จบบล๊อค ลั้ลลา ไปง่ายๆแบบนี้เลย

Advertisements

เมื่อคิดจะแต่งงาน 3

ร้างไปนาน กลับมาเขียนต่อไม่ถูกกันเลย จาก 2 ตอนที่แล้ว ก็จะพอมองเห็นงานแต่งงานเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว แต่งานแต่งงานมันจุกจิกกว่านั้นเยอะค่ะ ก่อนจะแต่งงานก็เห็นมีหลายท่านเขียนบอกไว้ว่า ต้องมีระยะเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย ครึ่งปี ไอ้เราก็ยังงงว่าอะไรมันจะนานขนาดนั้น แต่พอเอาเข้าจริง งานของตัวเองมีเวลาเตรียมงานแค่ 3 เดือน ทำอะไรก็ยังไม่ค่อยจะทันเลยค่ะ นี่ขนาดมีแต่พิธีแบบไทยในตอนเช้าแค่นั้นนะคะ

เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันต่อ ในส่วนของงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ก็ดูคล้ายจะครบแล้ว หรือยังไม่ครบก็ไม่แน่ใจ แต่นึกออกได้แค่นี้ ฮ่าๆๆ ก็มาถึงในส่วนของตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันบ้างล่ะ

9. แหวนหมั้น หรือ แหวนแต่งงาน

จะแหวนทอง แหวนเพชร แหวนพลอย หากไปเลือกเองที่ร้านแล้วมันไม่ล่ายอย่างใจ ก็หาแบบไปให้ที่ร้านทำให้เลยค่ะ อยากได้แบบไหน ราคาเท่าไหร่ งบประมาณเท่าไหร่ ก็แจ้งไปเลย หลายคนอาจจะไม่สันทัดในการเลือกแหวน ซึ่งตัวเองก็เป็น – -” กลัวโดนหลอก โดนโกง ขออนุญาตแนะนำร้านเพชรร้านนึง บนห้างมาบุญครอง ชั้น 2 อยู่ไม่ไกลจากร้าน mister donut ชื่อ ห้างเพชร มณฑิรา ค่ะ.. ไม่ได้มีเอี่ยวค่าหัวคิวแต่อย่างใด บริการดี เพชรดี ก็ต้องบอกต่อปากต่อปาก แหวนที่ตัวเองไปสั่งทำ ก็ในรูปเลยค่ะ สวยงามถูกใจมาก

แหวนแต่งงาน

10 ชุดแต่งงานเจ้าบ่าว เจ้าสาว และการแต่งหน้าวันงาน

ใครจัดงานเช้า กินเลี้ยงบ่าย ก็ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะต้องมีสองชุด แต่งตัวแต่งหน้าสองรอบ แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่แสนจะปลาบปลื้มใจของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวแหละค่ะ ชุดแต่งงานนั้น หาเอาจากเน็ทได้ แต่ขอเตือนเอาไว้ แบบที่ถูกใจ แต่มันอาจจะไม่่ถูกตัวถูกจริตกับเรานะคะ เพราะฉะนั้นต้องไปลองที่ร้านเท่านั้นค่ะ ไอ้แบบที่เราวาดฝันไว้ว่า ใส่แล้วสวยแน่ แต่พอเอาเข้าจริงมันอาจจะดูไม่ได้เลยก็ได้

ในตอนแรกแบบที่ตัวเองวาดฝันไว้ คืออยากใส่ชุดไทย สไบ สีจัดๆหน่อย ชมพู แดง อะไรแบบนี้ แต่พอไปลองเข้าจริงๆ นอกจากจะดูไม่เหมาะแล้วยังดูแก่ แย่อีกตะหาก ลองจนเหนื่อย ชุดที่เหมาะกับตัวเองกลับกลายเป็นชุดง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดเยอะซะงั้น

ชดุไทย

ส่วนเจ้าบ่าวนั้นง่ายแสนง่าย ใช้ชุดสูทที่มีอยู่ หาเนทไท สีให้เข้ากับชุดเจ้าสาว ก็เป็นอันว่าเรียบร้อยค่ะ

เมื่อได้ชุดแล้ว การแต่งหน้าทำผมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันเป็นตัวกำหนดได้เลยว่าเราจะ งาม หรือ เราจะง่อยในวันงาน ด้วยความที่พอแต่งหน้าเป็นอยู่บ้าง กะก็จะจัดเอง เพราะว่าค่าแต่งหน้าทำผมเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั้นแพงมาก ก็เข้าใจว่า การแต่งหน้ามันเป็นงานศิลปะ ราคาสำหรับงานศิลปะไม่มีคำว่าแพง แต่ด้วยงบที่คุมไว้ไม่อยากให้บานปลาย เลยไม่อยากเสียเงินกะตรงนี้ แต่แล้วแม่ก็ทนไม่ไหว แปลงร่างเป็นนางฟ้าใจดีมาโปรด ออกค่าแต่งหน้าให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่งงานไม่ใช่รับปริญญา จะมาทำเล่นๆไม่ได้

ในวันงานก็เลยออกมาสวยงามอย่างที่เห็น แม้จะว่าจะร้อนและเหนื่อยจนงอมแล้วก็ตาม หากใคร งบดี มีเงินถึง จ้างช่างแต่งหน้าเถอะค่ะ แล้วจะไม่เสียใจเลย ช่างแต่งหน้าทำผมที่มาทำให้วันแต่งงานคือพี่บี จาก The hair Gallery ที่ใครเห็นใครก็ชมว่า แต่งหน้าได้สวยมาก

แต่งหน้า

11. ภาพถ่าย Pre-wedding และ การถ่ายภาพวันงาน

หลายคู่อาจจะไม่ชอบไม่ต้องมีก็ได้ สำหรับภาพถ่ายก่อนแต่งงาน ตอนแรกตัวเองก็กะจะไม่ถ่าย เพราะลองสืบราคาดูคร่าวๆแล้วไม่ไหวจะเคลียร์ ไม่ต้องการเสียเงินไปกับอะไรตรงนี้มาก แต่พอคิดอีกที มีเพื่อนหลายท่านพูดมา ว่าถ่ายไว้หน่อยก็ดี เก็บไว้ดู ไว้ไปให้ลูกดูก็ยังได้ อ๊ะตกลงถ่ายก็ถ่าย

ในส่วนนี้ หากงบไม่จำกัด และพึ่งอำนาจแห่งเวดดิ้งสตูดิโอก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แต่ควรจะคุยกะทางคุณผู้ชายเพื่อกำหนดจุดมุ่งหมายอันเดียวกันว่า อยากได้รูปภาพแบบไหน อยากถ่ายทอดความเป็นตัวเอง เรื่องราวลงในรูปภาพหรือไม่ หรือแค่จะเอาไว้ประดับแค่หน้างาน อันนี้ต้องคุยกันให้เข้าใจ

แต่หากจะอยากจะให้แนะนำ ถ่ายรูปในแบบที่เป็นตัวเองเถอะค่ะ เอาแบบที่เอาไปแขวนฝาบ้านแล้วไม่รู้สึกอายตัวเองดีกว่า อย่าถ่ายเพียงเพราะแรงยุจากสตูดิโอ อย่าถ่ายเพียงเพราะตามกระแส เพราะรูปพวกนี้มันต้องอยู่กับเราไปอีกนาน

สำหรับตัวเองกับคุณผู้ชายคุยกันง่ายเข้าใจง่าย เพราะคิดเหมือนกันคือ ไม่ถ่ายชุดแต่งงาน ไม่ถ่ายในสตูดิโอ ต้องการภาพที่เป็นตัวเอง ไม่ใช่ภาพตัวเองที่เป็นคนอื่น ที่สำคัญต้องไม่แพงมาก ลองหาราคาจากเวดดิ้งสตูดิโอ แม้จะมีโปรโมชั่น แต่งหน้าฟรีวันถ่ายภาพ แถมชุดจริงวันงาน แต่ก็ยังแพงแสนแพง ไอ้ที่ถูกลงมาก็ถ่ายแต่ในสตูดิโอ หากจะไปถ่ายข้างนอก ต้องเสียเงินเพิ่ม แถมยังไม่ได้รูปทั้งหมด ต้องเสียเงินซื้อรูปของตัวเองเพิ่มอีก

อีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่มีเป้าหมายแบบเดียวกันนี้ คือช่างภาพอิสระค่ะ รูปสวย ราคาไม่แพง เดี๋ยวนี้มีให้เห็นมากมายเลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วกว่าจะหา ช่างภาพที่งานถูกใจ ราคาถูกกระเป๋า ก็หาอยู่หลายที่เหมือนกัน แล้วก็ได้ที่นี่ unseen photo ใช้อากู๋ติดตามดูผลงานได้เลยค่ะ

รูปในแบบที่ตัวเองต้องการคือ เป็นตัวเองมากที่สุด อยากถ่ายตามถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่องไรงี้ แล้วก็ได้ภาพอย่างใจจริงๆค่ะ

prewedding

prewedding 2

นอกจากการถ่ายภาพ prewedding แล้ว การถ่ายภาพวันงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะบันทึกช่วงเวลาแห่งความสุขไว้ทั้งหมด หลายคนอาจจะอาศัยญาติ พี่ น้อง เพื่อน คนรู้จัก อันนี้ก็แล้วแต่สะดวกนะคะ แต่ถ้าจะให้แนะนำ จ้างช่างภาพมาจะสะดวกกว่ามากค่ะ เพราะว่า เพื่อนพี่น้องจะได้อยู่ในภาพของเราด้วย ซึ่งในงานของตัวเอง ก็จ้างช่างภาพทีมเดียวกะพรีเวดดิ้ง มาถ่ายภาพในวันงานให้ด้วย สบาย สะดวก และถูกใจค่ะ

wedding

wedding 2

เกี่ยวกับงานแต่งงาน ที่เขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้ แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเยอะแยะ จุกจิกไปหมด ซึ่งแต่ละคู่บ่าวสาวก็ต้องไปเผชิญและหาทางแก้กันเอาเอง แต่กว่าจะเสร็จงานนี้เล่นเอาเหนื่อยเลย แต่ก็คุ้มค่า น่าประทับใจมากที่สุดค่ะ

ชีวิตนี้ก็คงจะไม่แต่งงานอีกแล้วล่ะค่ะ เขียนเอาไว้ เผื่อใครที่จะจัดงานเช้าง่ายๆประหยัดงบ ก็คงจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง หรืออีกทางหนึ่งเผื่อจะจัดงานให้ลูกชายลูกสาวที่เฝ้ารอให้มาเกิด ก็ยังมาไม่มา ก็จะได้ไม่ต้องนั่งระลึกชาติกันนานนัก!

เมื่อคิดจะแต่งงาน 2

เมื่อเรื่องงบประมาณ สถานที่ และฤกษ์ จัดการเรียบร้อยแล้ว ก็มาพิจารณาเรื่องการ์ดแต่งงานกัน

4. การ์ดแต่งงาน

ในกรณีที่จัดงานเล็กๆเฉพาะในหมู่ญาติและเพื่อนสนิท การ์ดแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นนัก แต่ถ้าต้องการเชิญผู้ใหญ่ที่นับถือ หัวหน้างาน อาจารย์ ก็ควรจะมีการ์ดเชิญให้แลดูเป็นกิจลักษณะค่ะ

การ์ดแต่งงาน ถ้าคุณเดินเข้าไปในร้านชุดแต่งงาน หรือพวกร้านสตูดิโอแต่งงานนั้น เค้าก็จะมีให้คุณเลือกเสร็จสรรพ ซึ่งก็ง่าย หรืออาจจะใช้บริการ ร้านของชำร่วยหรือร้านรับทำการ์ดแต่งงานโดยตรงเลยก็ได้

การ์ดแต่งงานมีตั้งแต่ราคา 4-5 บาท ซึ่งราคาเท่านี้ การ์ดที่ได้จะเป็นรูปเราในชุดแต่งงาน อัดด้วยกระดาษโฟโต้

ราคาค่าการ์ดแบบแพงขึ้นมา ก็ขึ้นอยู่ ชนิดกระดาษ สี วิธีที่ใช้พิมพ์ การพิมพ์นูนสูงนูนต่ำ การพิมพ์ทอง ถ้าพิมพ์แบบปริ้นท์ดิจิตอล ราคาก็จะถูกกว่า พิมพ์แบบขึ้นแท่นพิมพ์ การพิมพ์แบบหลังจำนวนสีต้องใช้ ยิ่งมากก็ยิ่งแพง

ใครออกแบบการ์ดเอง ไปจ้างโรงพิมพ์พิมพ์โดยตรงนั้น ราคาจะถูกกว่าแผ่นละ 6-10 บาท ในกรณีีที่พิมพ์ 100 ใบ แต่ถ้าปริมาณการพิมพ์มากขึ้น ราคาก็จะถูกลงตามลำดับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและงบประมาณของแต่ละคนค่ะ

5. ของชำร่วย

ในส่วนของของชำร่วย เป็นของที่ไว้ตอบแทนแก่แขกที่มาร่วมงานแต่งงานของเรา อยากได้แบบไหนยังไง ก็ควรจะตกลงกันกับอีกฝ่ายค่ะ

หรือถ้าคิดไม่ออก ตามร้านชุดแต่งงาน หรือสตูดิโอ ก็จะมีให้เลือกได้เลย หรือตามร้านจำหน่ายของชำร่วย ก็จะมีให้เลือกหลายแบบ เดี๋ยวนี้สะดวกมากค่ะ บางร้านขายออนไลน์ มีหลายแบบให้เลือกทีเดียว

แต่ถ้ายังไม่ถูกใจ ลองเสียเวลาไปเดินสำเพ็ง หรือ จตุจักรซักหน่อย ก็จะได้ไอเดีย ดีไม่ดี ได้ของถูกทั้งใจถูกทั้งกระเป๋าอีกด้วย

จำนวนของของชำร่วยนั้น ควรจะสั่งให้มากกว่าจำนวนการ์ดหรือแขกที่เชิญค่ะ เพราะแขกแต่ละท่านก็อาจจะจูงลูก จูงเพื่อน ที่เรารู้จักอยู่แล้วมางานเรา เดี๋ยวของชำร่วยจะไม่พอค่ะ

ของชำร่วย

6. ของรับไหว้

ในประเพณีแบบไทยนั้น หลังจากพิธีหมั้น ก็จะมีการไหว้ผู้ใหญ่เพื่อขอพร โดยผู้ใหญ่ก็จะให้พร หรืออาจจะให้ ทองหรือเงิน เพื่อรับไหว้เรา ของรับไหว้นั้น คือสิ่งที่เราจะมอบให้ผู้ใหญ่ เป็นการขอบคุณ

ของรับไหว้นั้น ควรจะเป็นของที่ดูมีราคาซักนิดนึง อาจจะเป็นของที่ผู้ใหญ่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็จะดีค่ะ

ของรับไหว้ส่วนใหญ่ที่เห็น ก็จะเป็นหมอน ผ้าถุง ผ้าไหม ผ้าขนหนู หรือแม้กระทั่งผ้าห่มก็มีค่ะ

7. อาหาร

จากเรื่องแขกที่เรากะประมาณไว้ตอนแรก จนมาถึงการพิมพ์การ์ดแต่งงาน ก็จะทำให้สามารถกะปริมาณแขกได้จำนวนหนึ่งแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก็ได้แก่ เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

หลายคู่อาจจะใช้บริการโต๊ะจีน บางคู่ใช้บริการบุฟเฟต์ของโรงแรม หรือเป็นกาารจัดเลี้ยงแบบค๊อกเทล ก็แล้วแต่ความสะดวก แต่ควรจะกะปริมาณโต๊ะ หรือ จำนวนหัวของแขก ให้มากเกินที่เราเชิญไป จำนวนหนึ่ง

ในกรณีโต๊ะจีน อาจเกิดปัญหา โต๊ะไม่พอกับจำนวนแขก ในกรณีของบุฟเฟต์ อาจเกิดปัญหาอาหารไม่พอกับจำนวนแขก ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องที่น่าขายหน้าพอสมควร ในกรณีที่เป็นการจัดเลี้ยงแบบค๊อกเทลนั้น ก็ต้องคำนึงด้วยว่า เรามีแขกผู้ใหญ่มากเท่าไหร่ ถ้าเป็นปาร์ตี้ในหมูเพื่อนฝูง การเลี้ยงแบบค๊อกเทลนั้นถือว่าสะดวก แต่ถ้ามีแขกผู้ใหญ่ด้วยละก็ ควรจะจัดหาโต๊ะ หรือเก้าอี้ ไว้ให้แขกนั่งด้วย ไม่งั้นจากงานที่ประทับใจก็คงจะไม่ประทับใจ เพราะยืนจนขาแข็งกันเสียก่อน

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการแต่งงานแบบประหยัดก็คือ จ้างร้านอาหาร เข้าไปทำให้กินกันสดๆในงาน อาจจะเลือกซัก สองสามเจ้า ซึ่งเค้าก็จะนับต่อหัวเหมือนบุฟเฟต์ แต่ราคาถูกกว่าหลายเท่าตัวค่ะ

8. ของสำหรับพิธีขันหมาก

ในส่วนนี้ใช้วิธีจ้างคนมาจัดการให้ ง่ายกว่าเยอะเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากจะจัดเองอันนี้ก็ตามลำบากเลย สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีไม่มากไม่มาย  พานขันหมากเอก พานหมากพลู พานสินสอด พานธูปเทียนแพไหว้ผู้ใหญ่ พานแหวน ต้นกล้วย ต้นอ้อย พานขนมมงคล จะกี่คู่ก็แล้วแต่ใจ

ส่วนงานของตัวเองที่จัดนั้น ง่ายซะยิ่งกว่าง่ายอีกค่ะ มีแค่พานธูปเทียนแพแค่นั้น

————————-มันจะยาวถึง 3 ตอนเลยนะเนี่ย——————————–

เมื่อคิดจะแต่งงาน 1

คนเรานั้น เมื่ออายุได้ ตีนกาได้ ก็ต้องคิดถึงเรื่องการแต่งงานกันล่ะค่ะบางคนโชคดี อายุไม่ได้ แต่หน้าตาได้ ก็มีคนมาขอถึงที่กันทีเดียว (มันน่าอิจฉาก็ตรงนี้แระ)

หลายคนพูดว่า อยากแต่งงานอยู่ แต่ยังไม่พร้อมก็มีคำถามเกิดขึ้นอีก ว่า แล้วคำจำกัดความของคำว่า พร้อม เนี่ยคืออะไร

บางคนรอมีรถ รอมีบ้าน รอเรียนจบ บางคนไม่แน่ใจ รอหาใหม่ เพราะคิดว่าไปกันไม่ได้ บางคนหวงชีวิตโสด ทำยังไง๊ ยังไงก็ไม่พร้อมซักที บางคนฝ่ายนึงพร้อมแต่ อีกฝ่ายนึงยังไม่พร้อมแต่งอีกแน่ะ ก็โลกแตกกันไป

ตัดเรื่องความไม่พร้อมออกไป สมมติว่าเราพร้อมละ อีกฝ่ายก็พร้อม ผู้ใหญ่ก็พร้อมแล้ว  ผู้ใหญ่มาเกี่ยวอะไรด้วย งี้ไม่ต้องขน กำนัน อบต. มาด้วยเหรอ อยากจะบอกว่า ครอบครัววิถีชีวิตแบบคนไทย จะทำอะไรใหญ่ อย่างการแต่งงาน ต้องผ่านความเห็นชอบผู้ใหญ่อยู่ดีค่ะ ไม่งั้นแต่งไปชีวิตอาจจะลำบากได้

เอาล่ะ เมื่อเราพร้อมจะแต่งงานกันล่ะ การประกาศให้ชาวโลกรับรู้ ด้วยการแต่งงานก็เริ่มขึ้น หลายคู่ๆ ก็พอใจที่อยู่ด้วยกัน จดทะเบียนกัน ไม่มีการจัดงานเกิดขึ้น แต่ก็หลายๆคู่อีกล่ะ ที่อยากจะมีงานแต่งงาน เพราะหน้าที่การงานของตัวเอง เพราะความต้องการของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพราะความต้องการของผู้ใหญ่

งานแต่งงาน มันเรื่องใหญ่จริงๆค่ะ ใครไม่ได้เอาตัวเข้ามาคลุกนี่แทบจะนึกไม่ออกกันเลย แต่เดี๋ยวนี้ทางเลือกทางสะดวกมีมากมาย มีออแกไนซ์ รับจัดงานแต่ง มีแพคเกจหลายราคา อยากได้อะไรแบบไหน ก็บอกออแกไนซ์ไป ขอแต่ว่ามีเงินอยู่ในมือเท่านั้น

แล้วถ้าเราอยากจะจัดเอง ให้ตรงความต้องการมากที่สุดล่ะ จะทำยังไง มีหลายเรื่องหลายปัจจัยที่เราต้องพิจารณาจริงๆค่ะ สิ่งที่จะเขียนนี้มาจากประสบการณ์ของตัวเอง ดังนั้น จะแตกต่างกับงานที่คนอื่นคิดจะจัดในรายละเอียดปลีกย่อย ก็ถือซะว่าเป็นทางเลือกหนึ่งละกันนะคะ 🙂

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อคืดจะจัดงานแต่งงานคือ

1. รูปแบบงาน

ต้องเลือกเป้าหมายให้ได้ว่า ต้องการจัดงานแบบไหน จัดงานเช้า จัดเลี้ยงเย็น หรือจัดเฉพาะงานเช้า จัดเลี้ยงบ่าย รวมถึง ธีม(Theme) ของงานด้วย

งานเช้า ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะมี ตักบาตร ถวายอาหารพระ พิธียกน้ำชา (สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน) แห่ขันหมาก พิธีหมั้น ไหว้ผู้ใหญ่ และรดน้ำสังข์ และรับประทานอาหารกลางวัน

งานเลี้ยงเย็น  อยากได้งานที่หรูๆ หรือว่าปาร์ตี้สนุกสนานในหมู่เพื่อนก็ต้องคิดไว้ในใจคร่าวๆ

งานตัวเองคุยกะฝั่งคุณผู้ชายว่า ขอมีแค่งานเช้าเบาๆก็พอ ไม่อยากเปลืองเงินไปกะอะไรตรงนี้มาก ตอนแรกกะว่าจะไม่จัดงานกันด้วยซ้ำ แต่หน้าที่การงานฝ่ายชายเค้าก็มี ตัวเองก็ดีกรีไม่ใช่ต่ำเตี้ยเรี่ยราด งั้นก็จัดพอประกาศให้ชาวบ้านรับรู้นิดๆหน่อยก็พอ

เมื่อเราเลือกรูปแบบพิธีไว้ในใจคร่าวแล้ว ก็มาพิจารณาข้อที่ 2

2. จำนวนแขก

ควรจะคำนวณคร่าวๆว่าเราจะเชิญแขกเท่าไหร่ แขกผู้ใหญ่กี่คนเพราะว่าจะมีผลต่อสถานที่ที่เราจะจัดงาน รวมทั้งการไหว้ผู้ใหญ่ การพิมพ์การ์ด การทำของชำร่วย จากนั้นก็ไปพิจารณาที่สถานที่จัดงาน

สำหรับงานเช้านั้น แขกส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เพื่อนที่สนิทๆกันแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญคนแค่รู้จักมาทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพราะเห็นมาหลายต่อหลายงานที่แขกมาเสียไม่ได้เพราะได้บัตรเชิญ ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกะเราด้วยซ้ำไป มีบ่นอีกว่าต้องเสียเงินใส่ซองให้เราอีก แถมจัดไม่ดีดูแลไม่ทั่วถึง ก็เอาไปนินทาอีกแน่ะ

2. สถานที่จัดงาน

ต้องมีเป้าหมายแล้วว่า งานที่เราจะจัด ต้องการจัดที่ไหน outdoor หรือ indoor ในโรงแรม ที่บ้าน หอประชุมโรงเรียน สวนอาหาร ร้านกาแฟ ก็ไปหาดูสถานที่ตามที่ต้องการ

สิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่าง ก็คือว่า สถานที่ที่เราต้องการจัดงานนั้นรองรับแขกที่เราจะเชิญได้หรือไม่ บางที่ถูกใจเรามาก แต่รองรับแขกได้น้อย หรือ ใหญ่เกินปริมาณแขกของเรา ก็ต้องกลับมาพิจารณากันใหม่

งานแต่งงานของตัวเองมีจุดมุ่งหมายร่วมกันกะเจ้าบ่าวคือ อยากจัด outdoor เพราะไม่ชอบความอึดอัดในห้องแอร์ เดี๋ยวนี้มีสถานที่จัดงาน outdoor เยอะแยะเลยค่ะ ก็ต้องลองมองหาและไปดูสถานที่จริง แล้วก็ได้ที่จัดงานที่ บ้านก้ามปู เสิรจดูผ่านอากู๋ ก็จะเห็นค่ะ แถมที่นี่ยังมีแพคเกจงานเช้าราคาไม่แพงมากอีกด้วย สะดวกมากค่ะ

3. ฤกษ์แต่งงาน

จริงๆแล้ว ฤกษ์แต่งงาน ควรเป็นข้อที่พิจารณาตั้งแต่แรกๆว่าจะแต่งเดือนไหนวันไหน  แต่ถ้าเป็นในกรณีที่แพลนงานแต่งงานกันเอง ก็ควรจะคิดแบบและหาสถานที่ไว้ก่อนคร่าวๆค่ะ

ฤกษ์แต่งงานนั้น ถ้าผู้ใหญ่หาให้ก็จะสะดวกไป แต่ในกรณีที่ต้องหาเอง ถ้าไม่ไปหาหลวงพ่อก็ต้องดูฤกษ์จากหลายๆตำรา หลายๆคู่อาศัยฤกษ์สะดวก ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่บุคคลนะคะ แต่ถ้าจะหาฤกษ์กันเอง ให้พิจารณาเรื่องต่อไปค่ะ

เดือน ที่คนชอบแต่งงานมากๆ ก็จะเป็นเดือนเลขคู่ เดือน 2 (มกราคม) เดือน4 (มีนาคม) เดือน8 (กรกฎาคม) เดือน 12 (พฤษจิกายน)

เดือนที่ไม่เหมาะแก่การแต่งงานเลยตามความเชื่อคือ เดือน 6 (พฤษภาคม)

วัน ที่ถือว่า เหมาะสมกับการแต่งงาน คือ วันศุกร์ ตามความเชื่อคือ แต่งแล้วจะมีความสุข แต่คนส่่วนใหญ่มักจะจัดเสาร์อาทิตย์มากกว่า เพราะว่า เป็นวันหยุด สะดวกทั้งคนจัดงาน และแขกที่มาร่วมงาน

นอกจากวัน เดือนที่้ต้องพิจารณาแล้ว ข้างขึ้น ข้างแรม ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาค่ะ การแต่งงานควรจะข้างขึ้น เพราะเชื่อกันว่า แต่งงานกันไป ทำอะไรก็จะขึ้นจะเจริญรุ่งเรืองค่ะ

เมื่อเราได้ฤกษ์แต่งงานที่แน่นอนแล้ว ก็จัดการคอนเฟิร์ม จองสถานที่ที่เราต้องการจะจัดงานได้เลย แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ บางทีฤกษ์มันดีจัด สถานที่เป้าหมายไม่ว่าง ก็อาจจะเลือกสถานที่ถัดๆไป หรือไม่ ก็ ถ้าต้องการสถานที่เดิม เราก็ควรหา ฤกษ์ใหม่

ทางที่ดี นอกจากมีสถานที่เป้าหมายไว้ซัก 2-3 ที่แล้ว ขอแนะนำว่า ควรจะมีฤกษ์อยู่ในมือซัก 2-3 ฤกษ์ค่ะ

—————เขียนทิ้งไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวกลับมาต่อ เมื่อคิดจะแต่งงาน  ภาค 2————-

Advertisements