เมื่อคิดจะแต่งงาน 1

คนเรานั้น เมื่ออายุได้ ตีนกาได้ ก็ต้องคิดถึงเรื่องการแต่งงานกันล่ะค่ะบางคนโชคดี อายุไม่ได้ แต่หน้าตาได้ ก็มีคนมาขอถึงที่กันทีเดียว (มันน่าอิจฉาก็ตรงนี้แระ)

หลายคนพูดว่า อยากแต่งงานอยู่ แต่ยังไม่พร้อมก็มีคำถามเกิดขึ้นอีก ว่า แล้วคำจำกัดความของคำว่า พร้อม เนี่ยคืออะไร

บางคนรอมีรถ รอมีบ้าน รอเรียนจบ บางคนไม่แน่ใจ รอหาใหม่ เพราะคิดว่าไปกันไม่ได้ บางคนหวงชีวิตโสด ทำยังไง๊ ยังไงก็ไม่พร้อมซักที บางคนฝ่ายนึงพร้อมแต่ อีกฝ่ายนึงยังไม่พร้อมแต่งอีกแน่ะ ก็โลกแตกกันไป

ตัดเรื่องความไม่พร้อมออกไป สมมติว่าเราพร้อมละ อีกฝ่ายก็พร้อม ผู้ใหญ่ก็พร้อมแล้ว  ผู้ใหญ่มาเกี่ยวอะไรด้วย งี้ไม่ต้องขน กำนัน อบต. มาด้วยเหรอ อยากจะบอกว่า ครอบครัววิถีชีวิตแบบคนไทย จะทำอะไรใหญ่ อย่างการแต่งงาน ต้องผ่านความเห็นชอบผู้ใหญ่อยู่ดีค่ะ ไม่งั้นแต่งไปชีวิตอาจจะลำบากได้

เอาล่ะ เมื่อเราพร้อมจะแต่งงานกันล่ะ การประกาศให้ชาวโลกรับรู้ ด้วยการแต่งงานก็เริ่มขึ้น หลายคู่ๆ ก็พอใจที่อยู่ด้วยกัน จดทะเบียนกัน ไม่มีการจัดงานเกิดขึ้น แต่ก็หลายๆคู่อีกล่ะ ที่อยากจะมีงานแต่งงาน เพราะหน้าที่การงานของตัวเอง เพราะความต้องการของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพราะความต้องการของผู้ใหญ่

งานแต่งงาน มันเรื่องใหญ่จริงๆค่ะ ใครไม่ได้เอาตัวเข้ามาคลุกนี่แทบจะนึกไม่ออกกันเลย แต่เดี๋ยวนี้ทางเลือกทางสะดวกมีมากมาย มีออแกไนซ์ รับจัดงานแต่ง มีแพคเกจหลายราคา อยากได้อะไรแบบไหน ก็บอกออแกไนซ์ไป ขอแต่ว่ามีเงินอยู่ในมือเท่านั้น

แล้วถ้าเราอยากจะจัดเอง ให้ตรงความต้องการมากที่สุดล่ะ จะทำยังไง มีหลายเรื่องหลายปัจจัยที่เราต้องพิจารณาจริงๆค่ะ สิ่งที่จะเขียนนี้มาจากประสบการณ์ของตัวเอง ดังนั้น จะแตกต่างกับงานที่คนอื่นคิดจะจัดในรายละเอียดปลีกย่อย ก็ถือซะว่าเป็นทางเลือกหนึ่งละกันนะคะ🙂

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อคืดจะจัดงานแต่งงานคือ

1. รูปแบบงาน

ต้องเลือกเป้าหมายให้ได้ว่า ต้องการจัดงานแบบไหน จัดงานเช้า จัดเลี้ยงเย็น หรือจัดเฉพาะงานเช้า จัดเลี้ยงบ่าย รวมถึง ธีม(Theme) ของงานด้วย

งานเช้า ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะมี ตักบาตร ถวายอาหารพระ พิธียกน้ำชา (สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน) แห่ขันหมาก พิธีหมั้น ไหว้ผู้ใหญ่ และรดน้ำสังข์ และรับประทานอาหารกลางวัน

งานเลี้ยงเย็น  อยากได้งานที่หรูๆ หรือว่าปาร์ตี้สนุกสนานในหมู่เพื่อนก็ต้องคิดไว้ในใจคร่าวๆ

งานตัวเองคุยกะฝั่งคุณผู้ชายว่า ขอมีแค่งานเช้าเบาๆก็พอ ไม่อยากเปลืองเงินไปกะอะไรตรงนี้มาก ตอนแรกกะว่าจะไม่จัดงานกันด้วยซ้ำ แต่หน้าที่การงานฝ่ายชายเค้าก็มี ตัวเองก็ดีกรีไม่ใช่ต่ำเตี้ยเรี่ยราด งั้นก็จัดพอประกาศให้ชาวบ้านรับรู้นิดๆหน่อยก็พอ

เมื่อเราเลือกรูปแบบพิธีไว้ในใจคร่าวแล้ว ก็มาพิจารณาข้อที่ 2

2. จำนวนแขก

ควรจะคำนวณคร่าวๆว่าเราจะเชิญแขกเท่าไหร่ แขกผู้ใหญ่กี่คนเพราะว่าจะมีผลต่อสถานที่ที่เราจะจัดงาน รวมทั้งการไหว้ผู้ใหญ่ การพิมพ์การ์ด การทำของชำร่วย จากนั้นก็ไปพิจารณาที่สถานที่จัดงาน

สำหรับงานเช้านั้น แขกส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เพื่อนที่สนิทๆกันแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญคนแค่รู้จักมาทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพราะเห็นมาหลายต่อหลายงานที่แขกมาเสียไม่ได้เพราะได้บัตรเชิญ ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกะเราด้วยซ้ำไป มีบ่นอีกว่าต้องเสียเงินใส่ซองให้เราอีก แถมจัดไม่ดีดูแลไม่ทั่วถึง ก็เอาไปนินทาอีกแน่ะ

2. สถานที่จัดงาน

ต้องมีเป้าหมายแล้วว่า งานที่เราจะจัด ต้องการจัดที่ไหน outdoor หรือ indoor ในโรงแรม ที่บ้าน หอประชุมโรงเรียน สวนอาหาร ร้านกาแฟ ก็ไปหาดูสถานที่ตามที่ต้องการ

สิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่าง ก็คือว่า สถานที่ที่เราต้องการจัดงานนั้นรองรับแขกที่เราจะเชิญได้หรือไม่ บางที่ถูกใจเรามาก แต่รองรับแขกได้น้อย หรือ ใหญ่เกินปริมาณแขกของเรา ก็ต้องกลับมาพิจารณากันใหม่

งานแต่งงานของตัวเองมีจุดมุ่งหมายร่วมกันกะเจ้าบ่าวคือ อยากจัด outdoor เพราะไม่ชอบความอึดอัดในห้องแอร์ เดี๋ยวนี้มีสถานที่จัดงาน outdoor เยอะแยะเลยค่ะ ก็ต้องลองมองหาและไปดูสถานที่จริง แล้วก็ได้ที่จัดงานที่ บ้านก้ามปู เสิรจดูผ่านอากู๋ ก็จะเห็นค่ะ แถมที่นี่ยังมีแพคเกจงานเช้าราคาไม่แพงมากอีกด้วย สะดวกมากค่ะ

3. ฤกษ์แต่งงาน

จริงๆแล้ว ฤกษ์แต่งงาน ควรเป็นข้อที่พิจารณาตั้งแต่แรกๆว่าจะแต่งเดือนไหนวันไหน  แต่ถ้าเป็นในกรณีที่แพลนงานแต่งงานกันเอง ก็ควรจะคิดแบบและหาสถานที่ไว้ก่อนคร่าวๆค่ะ

ฤกษ์แต่งงานนั้น ถ้าผู้ใหญ่หาให้ก็จะสะดวกไป แต่ในกรณีที่ต้องหาเอง ถ้าไม่ไปหาหลวงพ่อก็ต้องดูฤกษ์จากหลายๆตำรา หลายๆคู่อาศัยฤกษ์สะดวก ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่บุคคลนะคะ แต่ถ้าจะหาฤกษ์กันเอง ให้พิจารณาเรื่องต่อไปค่ะ

เดือน ที่คนชอบแต่งงานมากๆ ก็จะเป็นเดือนเลขคู่ เดือน 2 (มกราคม) เดือน4 (มีนาคม) เดือน8 (กรกฎาคม) เดือน 12 (พฤษจิกายน)

เดือนที่ไม่เหมาะแก่การแต่งงานเลยตามความเชื่อคือ เดือน 6 (พฤษภาคม)

วัน ที่ถือว่า เหมาะสมกับการแต่งงาน คือ วันศุกร์ ตามความเชื่อคือ แต่งแล้วจะมีความสุข แต่คนส่่วนใหญ่มักจะจัดเสาร์อาทิตย์มากกว่า เพราะว่า เป็นวันหยุด สะดวกทั้งคนจัดงาน และแขกที่มาร่วมงาน

นอกจากวัน เดือนที่้ต้องพิจารณาแล้ว ข้างขึ้น ข้างแรม ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาค่ะ การแต่งงานควรจะข้างขึ้น เพราะเชื่อกันว่า แต่งงานกันไป ทำอะไรก็จะขึ้นจะเจริญรุ่งเรืองค่ะ

เมื่อเราได้ฤกษ์แต่งงานที่แน่นอนแล้ว ก็จัดการคอนเฟิร์ม จองสถานที่ที่เราต้องการจะจัดงานได้เลย แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ บางทีฤกษ์มันดีจัด สถานที่เป้าหมายไม่ว่าง ก็อาจจะเลือกสถานที่ถัดๆไป หรือไม่ ก็ ถ้าต้องการสถานที่เดิม เราก็ควรหา ฤกษ์ใหม่

ทางที่ดี นอกจากมีสถานที่เป้าหมายไว้ซัก 2-3 ที่แล้ว ขอแนะนำว่า ควรจะมีฤกษ์อยู่ในมือซัก 2-3 ฤกษ์ค่ะ

—————เขียนทิ้งไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวกลับมาต่อ เมื่อคิดจะแต่งงาน  ภาค 2————-

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: